การตรวจสอบความสมบูรณ์ของบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์คือขั้นตอนสำคัญที่สุด การละเลยจุดบกพร่องเล็กน้อยอาจนำไปสู่ปัญหาระยะยาวที่บานปลาย การเตรียม Checklist ตรวจรับบ้านก่อนโอน ที่ครอบคลุมจึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านที่เราได้รับตรงตามมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัย บทความนี้จะชี้แนะขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมด
เหตุผลที่ควรตรวจบ้านก่อนโอน
เหตุผลหลักของการตรวจบ้านก่อนโอนคือการป้องกันและค้นหาจุดบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการก่อสร้าง การตรวจสอบอย่างละเอียดช่วยให้เรามั่นใจว่าทุกส่วนของบ้าน ทั้งโครงสร้างภายนอก ระบบไฟฟ้า และประปา ถูกติดตั้งอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นการรักษาสิทธิ์ของเราก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ควรมี
การเตรียมเครื่องมือพื้นฐานให้พร้อมจะช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้เราค้นพบจุดที่ต้องแก้ไขได้ง่ายขึ้น แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อุปกรณ์ที่ควรเตรียมมีดังนี้
- แบบแปลนก่อสร้าง (ฉบับจริง)
- ตลับเมตร และไม้บรรทัดระดับน้ำ
- ไฟฉายสำหรับส่องใต้หลังคาหรือมุมอับ
- ไขควงวัดไฟ หรือเครื่องทดสอบปลั๊กไฟ
- ลูกแก้ว หรือลูกปิงปอง สำหรับทดสอบความลาดเอียงของพื้น
- ถังน้ำ หรือสายยาง สำหรับทดสอบการระบายน้ำ
- กระดาษ Post-it และปากกา สำหรับทำเครื่องหมายจุดบกพร่อง
- กล้องถ่ายรูป สำหรับบันทึกหลักฐาน
Checklist ตรวจรับบ้านก่อนโอน
Checklist ตรวจรับบ้านนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมองค์ประกอบหลักของตัวอาคารภายนอกและระบบที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านของเราพร้อมใช้งานจริง
1. การเทียบเคียงบ้านจริงกับแบบก่อสร้าง
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการนำบ้านจริงมาเทียบกับงานเขียนแบบบ้าน เพื่อตรวจสอบตำแหน่งเสา คาน ขนาดพื้นที่ใช้สอย และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมภายนอกว่าถูกต้องตรงตามแบบหรือไม่ การวางตำแหน่งประตู หน้าต่าง และช่องเปิดต่าง ๆ ต้องสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในแบบแปลน เพื่อป้องกันปัญหาการใช้งานในอนาคต
2. โครงสร้างหลังคาและใต้หลังคา
หลังคาคือส่วนป้องกันหลักของบ้าน ต้องตรวจสอบการติดตั้งวัสดุมุงหลังคาว่าเรียบร้อย ไม่มีรอยแตกหรือการรั่วซึม ตรวจสอบโครงสร้างใต้หลังคาว่ามีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนถูกต้องหรือไม่ และสังเกตคราบน้ำที่อาจบ่งบอกถึงการรั่วซึมบริเวณฝ้าเพดานชั้นบนสุด ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบแก้ไข
3. สภาพผนังภายนอกและงานสี
ผนังภายนอกสะท้อนคุณภาพงานก่อสร้าง ต้องตรวจสอบรอยร้าว ทั้งรอยแตกลายงาหรือรอยร้าวโครงสร้างที่ลึกถึงเนื้อปูน งานทาสีภายนอกต้องเรียบเนียนสม่ำเสมอ ไม่มีสีบวม ลอกล่อน หรือเป็นฟองอากาศ การตรวจสอบนี้สำคัญอย่างมากในงานออกแบบบ้านที่เน้นความสวยงามภายนอก
4. บริเวณพื้นที่หน้าบ้าน รั้ว และสวน
บริเวณรอบบ้านเป็นส่วนสำคัญของสถาปัตยกรรมภายนอก ตรวจสอบความเรียบร้อยของรั้วบ้าน ประตูรั้วต้องเปิด-ปิดได้สะดวก พื้นที่จอดรถต้องมีความลาดเอียงที่เหมาะสมเพื่อการระบายน้ำ ไม่เกิดน้ำขัง ตรวจสอบงานจัดสวน ว่ามีการติดตั้งที่มั่นคง และระบบระบายน้ำรอบบ้านทำงานได้ปกติ
5. ความแข็งแรงของโครงสร้างภายใน
ตรวจสอบว่ามีรอยร้าวที่เสา หรือคานภายในบ้านหรือไม่ โดยเฉพาะในแบบบ้าน 4 ชั้นที่การรับน้ำหนักมีความซับซ้อน รอยร้าวที่มุมห้องหรือจุดเชื่อมต่อระหว่างผนังกับเสาอาจเป็นสัญญาณของปัญหาโครงสร้างที่ต้องให้วิศวกรตรวจสอบเพิ่มเติม
6. คุณภาพงานพื้นและผนังภายใน
ตรวจสอบความเรียบร้อยของพื้นทุกชั้น วัสดุปูพื้นต้องยึดเกาะแน่น ไม่โก่งตัว หรือมีเสียงดังเมื่อเดิน ทดสอบเคาะกระเบื้องเพื่อหาโพรงอากาศใต้พื้น ผนังภายในต้องฉาบเรียบ งานสีต้องสม่ำเสมอ ไม่มีรอยด่างหรือรอยคลื่นที่เกิดจากการฉาบที่ไม่ได้มาตรฐาน
7. สภาพฝ้าเพดาน

ฝ้าเพดานต้องติดตั้งได้ระดับ เรียบเนียนสม่ำเสมอ ตรวจสอบรอยต่อระหว่างแผ่นฝ้าว่าเก็บงานเรียบร้อยหรือไม่ สิ่งสำคัญคือการมองหาคราบน้ำ รอยด่าง หรือร่องรอยความชื้นบนฝ้า ซึ่งมักเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการรั่วซึมจากหลังคา หรือท่อประปาจากชั้นบนที่ต้องรีบแก้ไขก่อนโอน
8. การใช้งานประตูและหน้าต่าง
ทดสอบการเปิด-ปิดประตูและหน้าต่างทุกบานในบ้าน วงกบต้องติดตั้งได้ฉาก ไม่บิดเบี้ยว การล็อกกลอนต้องทำได้สะดวกและมั่นคง ตรวจสอบรอยต่อรอบขอบหน้าต่างว่ามีการซีลซิลิโคนเพื่อป้องกันน้ำฝนรั่วซึมเข้าตัวบ้านเรียบร้อยหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนที่เชื่อมต่อกับผนังภายนอก
9. ความมั่นคงของบันไดและราวบันได
บันไดคือองค์ประกอบโครงสร้างที่สำคัญในการใช้งาน โดยเฉพาะในแบบบ้าน 3 ชั้นที่มีการใช้งานบ่อยครั้ง ตรวจสอบความสูงและความกว้างของลูกตั้งและลูกนอนว่าสม่ำเสมอหรือไม่ ราวบันไดต้องยึดติดแน่นหนา แข็งแรง ไม่โยกคลอนเมื่อใช้มือจับหรือดัน เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร
10. ห้องน้ำและสุขภัณฑ์
ตรวจสอบการติดตั้งสุขภัณฑ์ว่ามั่นคง ไม่โยกเยก ทดสอบการกดชักโครกและการไหลของน้ำ ทดสอบความลาดเอียงของพื้นห้องน้ำโดยการปล่อยน้ำ หรือใช้ลูกแก้ว เพื่อดูว่าน้ำไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ (Floor Drain) ได้ดีหรือไม่ หรือมีน้ำขังในส่วนที่ไม่ควรขัง
11. ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และสายดิน
ระบบไฟฟ้าคือหัวใจของความปลอดภัย ทดสอบเปิด-ปิดสวิตช์ไฟทุกดวง ใช้เครื่องมือทดสอบปลั๊กไฟทุกจุดว่ามีการต่อสายดินที่ถูกต้องหรือไม่ ตรวจสอบตู้ควบคุมไฟฟ้าว่ามีการระบุตำแหน่งสวิตช์เบรกเกอร์ชัดเจนหรือไม่ การตรวจบ้านก่อนโอนในส่วนนี้ห้ามประมาทเด็ดขาด
12. ระบบประปา ท่อน้ำดี และการระบายน้ำ
ทดสอบเปิดก๊อกน้ำทุกจุดเพื่อตรวจสอบแรงดันน้ำ และสังเกตการรั่วซึมตามข้อต่อหรือใต้อ่างล้างหน้า ตรวจสอบการทำงานของปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ รวมถึงตรวจสอบระบบระบายน้ำทิ้งรอบบ้าน ว่าสามารถระบายน้ำได้ทัน ไม่มีสิ่งอุดตัน และไม่ส่งกลิ่นย้อนกลับเข้ามาในตัวบ้าน
เทคนิคเลือกผู้เชี่ยวชาญในการตรวจบ้านจาก MoreBrother
การเลือกผู้เชี่ยวชาญในการตรวจบ้านควรพิจารณาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ผู้ตรวจที่ดีควรมีความเข้าใจในแบบก่อสร้าง สามารถวิเคราะห์ปัญหาโครงสร้างได้ และรายงานจุดบกพร่องอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเจรจาแก้ไขกับโครงการ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจรับบ้าน
ในกระบวนการตรวจบ้านก่อนโอนมักมีข้อสงสัยหลายประการเกิดขึ้น เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยคลายข้อกังวลและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญนี้
จำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจบ้านไหม?
แม้เราจะสามารถตรวจเองได้ในเบื้องต้น แต่การจ้างผู้เชี่ยวชาญมีข้อดีอย่างมาก พวกเขาจะมีเครื่องมือเฉพาะทางและความรู้ด้านวิศวกรรมที่สามารถมองเห็นปัญหาที่ซับซ้อน เช่น การรั่วซึมที่มองไม่เห็น หรือปัญหาระบบไฟฟ้าที่ผิดพลาด ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบรอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้น
เมื่อพบจุดบกพร่องต้องทำอย่างไรต่อ?
เมื่อพบจุดบกพร่องให้ทำเครื่องหมายด้วย Post-it ถ่ายรูปเก็บหลักฐาน และรวบรวมรายการทั้งหมดในรายงานการตรวจบ้านอย่างชัดเจน จากนั้นส่งรายงานนี้ให้แก่ทางโครงการหรือผู้รับเหมา เพื่อกำหนดแนวทางและระยะเวลาในการแก้ไขให้แล้วเสร็จ ก่อนที่จะนัดหมายวันโอนกรรมสิทธิ์
โดยทั่วไปการตรวจบ้านใช้เวลานานเท่าไหร่?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดของบ้านและความซับซ้อนของโครงสร้าง โดยทั่วไปบ้านเดี่ยวอาจใช้เวลา 3-6 ชั่วโมง หรืออาจนานกว่านั้นหากเป็นอาคารขนาดใหญ่ การใช้ Checklist ตรวจรับบ้านที่เป็นระบบจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ตกหล่นประเด็นสำคัญ
สรุป การตรวจบ้านก่อนโอน

การตรวจบ้านก่อนโอนไม่ใช่แค่ขั้นตอน แต่คือการประกันคุณภาพของสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง การใช้ Checklist ตรวจรับบ้านอย่างละเอียดจะช่วยให้เรามั่นใจว่าบ้านหลังใหม่ปราศจากปัญหาบกพร่อง สำหรับ MoreBrother ที่เชี่ยวชาญในการรับออกแบบบ้าน เราเชื่อว่าบ้านที่สมบูรณ์เริ่มต้นจากการออกแบบและก่อสร้างที่ได้มาตรฐานในทุกรายละเอียด






